header image

ญาติพีน ้องในวงศ์ตระกูลเดียวกัน เพือเพมิ ผลผลิตให้มากขึน+ เท่านัน+ แต่ด้วยเหตุทีพ ่อค้าถูกเอา
เปรียบจากพวกกษัตริย์และพราหมณ์ จึงมีความคิดทีจะรวมกลุ่มเพือปกป้องผลประโยชน์ใน
การค้าจากผู้ทีมีวรรณะสูงกว่า ได้ตระหนักว่าการดำเนินการค้าในหมู่เครือญาติทีนิยมกันนัน+
ไม่สามารถจะรักษาผลประโยชน์ของชนชั+นของตนไว้ได้ นอกจากจะช่วยเพิมผลผลิตเท่านั+น
ประกอบกับระบบการค้าขายตัวกว้างขวางขึน+ จากพวกทีม ีอาชีพเลีย+ งสัตว์ก็ขยายกิจการมาเป็น
การค้าและการธนาคาร ทำให้พวกพ่อค้าต้องพัฒนาจากระบบเครือญาติหันมารวมกลุ่มพ่อค้าที
ขายสินค้าประเภทเดียวกัน ซึงทำให้ลดการแข่งขันและการเป็นปฏิปัก ษ์ต่อกันลงไปได้๘ นับว่า
เป็นประโยชน์มากสำหรับวงการค้าและการอุตสาหกรรม
กษัตริย์และขุนนางถือว่าเป็นหน้าทีจะต้องให้การอุปถัมภ์การค้า โดยช่วยเหลือ
ด้านทุนทรัพย์ เพือช่วยเพิมผลผลิตและสร้างกองคุ้มกันตามเส้นทางขนส่งสินค้าให้มี
ความปลอดภัย ซึง แน่นอนว่าย่อมมีการแทรกแซงกิจการค้ามากขึน+ และก็มีการเก็บภาษีอย่างสูง

Read More…

under: Uncategorized

แห่งอุคคนครผู้เป็นสหายของอนาถบิณฑิกะนำสินค้าบรรทุกเกวียนไปค้าขายยังกรุงสาวัตถี
บางตอนกล่าวถึงพ่อค้าเข้าหุ้นกันนำสินค้าไปขายต่างถินแล้วนำผลกำไรมาแบ่งกัน๑๒
เมือการค้าและการอุตสาหกรรมพัฒนาขึ+น เมืองกลายเป็นศูนย์กลางของการค้า
เศรษฐีจึงมีบทบาทเป็นจุดศูนย์กลางการค้าทัง+ ในเมืองและรอบๆ เมือง โดยทัว ไปในทีส ุดก็เกิด
ชนชัน+ ของเศรษฐี คือ (๑) นครเศรษฐีหรือมหาเศรษฐี (๒) จุลลเศรษฐีหรืออนุเศรษฐี
นครเศรษฐีหรือมหาเศรษฐีไม่ได้เป็นผู้ผลิต แต่เป็นผู้ให้เงินช่วยเหลือในการผลิต
กรรมต่างๆ และควบคุมการผลิตเป็นผู้ดำเนินธุรกิจการค้าภายในเมือง มหาเศรษฐีจะมี
ความสัมพันธ์เศรษฐีในชนบทด้วยเรืองธุรกิจการค้า และเป็นผู้เก็บผลผลิตจากชนบท
แล้วลำเลียงเข้าเมืองด้วยกองคาราวาน เมือขายผลผลิตเหล่านี+หมดจะได้เงินครัง+ ละมากๆ
จึงทำให้รํารวยขึ+นเรือยๆ จนมีทรัพย์ ๔๐ ถึง ๘๐ โกฏิ๑๓
จุลลเศรษฐีหรืออนุเศรษฐี เป็นผู้มีฐานะรองลงมาจากมหาเศรษฐีมักทำงานร่วมกับ
มหาเศรษฐี โดยมหาเศรษฐีเป็นผู้วางแผนและดำเนินธุรกิจโดยมีอนุเศรษฐีเป็นผู้ช่วยและมีที
ปรึกษาเพือช่วยเหลือกิจการต่างๆ เป็นผู้รู้ธรรม บริสุทธิไKม่เห็นแก่เงินและเป็นผู้มีความ
ปราถนาดีต่อชุมชน๑๔
ชาตกัฏฐกถาบางเรือ งมีเนื+อเรืองความแยกระดับมหาเศรษฐีและอนุเศรษฐีไว้ชัดเจน
เช่น เรือ งนิโครธชาดก๑๕ และเรือ งสุทธาโภชนชาดก๑๖ ซึง แสดงให้เห็นถึงการแบ่งระดับเศรษฐี

Read More…

under: Uncategorized

นอกจากนี+เศรษฐีทีเป็นหัวหน้ากลุ่มอาชีพ ยังเป็นผู้ออกเหรียญกหาปณะใช้ในการ
ซื+อขายแลกเปลียนอีกด้วย ลักษณะเหรียญ เป็นเหรียญทองแดงรูปสีเหลียมหนักประมาณ
๑๔๖ เมล็ดข้าวสาร ผู้เป็นเจ้าของเงินจะรับประกันนํ+าหนักและความสวยงามของเงินของตน
แล้วทำเครืองหมายไว้ทีเหรียญนัน+ ๑๘ จากเรืองกุมภโฆสกะ กล่าวถึงเรืองเกียวกับเหรียญ
กหาปณะไว้ว่า เป็นบุตรเศรษฐีแห่งกรุงราชคฤห์ได้ปลอมตัวเป็นคนจน ทำงานรับจ้างเลีย+ งชีพ
ต่อมานางสนมของพระเจ้าพิมพิสารได้ใช้อุบายขอเหรียญกหาปณะจากเขา แล้วนำไปถวาย
พระเจ้าพิมพิสาร เมือทอดพระเนตรเหรียญนัน+ แล้วก็แน่พระทัยว่ากุมภโฆสกะเป็นเศรษฐี
จึงรับสังให้เรียกกุมภโฆสกะเข้าเฝ้าแล้วตรัสถามถึงฐานะทีแ ท้จริง เพราะจำนนด้วยหลักฐานคือ
เหรียญกหาปณะนั+นจึงรับยอมรับจริง๑๙
จากตัวอย่างนี+แสดงว่าเหรียญนัน+ จะต้องมีเครืองหมายอย่างใดอย่างหนึง จึงทำให้
พระเจ้าพิมพิสารทราบถึงฐานะของกุมภโฆสกะ นอกจากจะเป็นผู้ออกเหรียญแล้ว พ่อค้าใหญ่
ในหัวเมืองใหญ่ๆ บางแห่งยังมีการใช้เอกสารเงินเชือหรือตัว€เงิน๒๐ กันด้วย
เศรษฐีโดยทัวไป จะมีการเลือกมาจากสมาชิกของกลุ่มอาชีพในชุมชน แต่มีเศรษฐี
อีกประเภทหนึงทีม ีฐานะพิเศษแตกต่างไปจากเศรษฐีประจำแคว้น ซึง ใช้วิธีเลือกมาด้วยการนับ

Read More…

under: Uncategorized

นอกจากนี+ยังมีพุทธดำรัสหลายตอน แสดงให้เห็นว่าพุทธศาสนามีหลักธรรม
คำสอนให้เลิกถือวรรณะ เช่น ในกัณณกัตถลสูตร๒๖ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าวรรณะทัง+ สีคือ
กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ถ้ามีคุณธรรมแล้วก็ชือว่าเสมอกันหมดเปรียบเสมือนไฟแม้จะ
เกิดจากไม้ต่างชนิดกัน แต่เปลวไฟ สีไฟ แสงไฟย่อมไม่แตกต่างกัน๒๗
ด้านความเป็นอยู่ของนักธุรกิจสมัยพุทธกาล เมือเป็นเศรษฐีรํารวยมหาศาลมี
ทรัพย์สมบัติมากมาย จะสามารถสังเกตถึงความรํารวยของเศรษฐีได้จากข้อความทีก ล่าวไว้ใน
หนังสือทางพุทธศาสนา ดังจะยกให้เห็นความมัน คังของเศรษฐีบางท่าน เช่น
การทีอนาถบิณฑิกะ ซื+ออุทยานของเจ้าเชตราชกุมาร เพือสร้างวิหารถวายเป็น
สมบัติทางพุทธศาสนา ได้ใช้เงินวางเรียงบนทีดินโดยให้เรียงชิดกันในเนื+อทีทีต้องการซื+อ
ทัง+หมด๒๘
โชติกะก็เป็นผู้มีความรํารวยมาก ในปราสาทของท่านไม่ใช้แสงสว่างจากดวง
ประทีป แต่ใช้แสงสว่างของแก้วมณีแทน๒๙ และเคยซื+อผ้ากัมพล ราคา แสนกหาปณะให้นาง
ทาสีไว้เช็ดเท้าก่อนเข้านอน
จากตัวอย่างแสดงให้เห็นถึงความมังมีอย่างเหลือเฟือ ด้วยเหตุนี+ส่วนใหญ่จึงมี
ความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย มีข้าทาสบริวารเพือช่วยเหลือในกิจการงานมากมาย
สำหรับสถานทีอ ยู่นัน+ มีทีอ ยู่อาศัยอย่างหรูหราหลายท่านอยู่ปราสาท ๗ ชัน+ ซึง มี

Read More…

under: Uncategorized

ของอุคคเศรษฐี แสดงให้เห็นว่าปกติท่านก็กินและใช้สงิ ของดีๆ เช่นนี+เป็นประจำจากตัวอย่างที
กล่าวมา ย่อมแสดงถึงความฟุ่มเฟือยของเศรษฐี
การสืบสกุลของเศรษฐีผู้มังคัง มีทรัพย์สมบัติมากและมีธุรกิจเกียวกับงานอาชีพ
กว้างขวางจึงต้องมีผู้สืบสกุล เพือดูแลทรัพย์สมบัติและดำเนินงานธุรกิจแทนตัวเมือถึงแก่
กรรมการสืบสกุลของเศรษฐีสมัยอินเดียโบราณนัน+ ผู้เป็นเจ้าของไม่มีสิทธิจK ะยกทรัพย์สมบัติอัน
เป็นมรดกให้แก่ใครๆ ตามความพอใจไม่ได้ทรัพย์สินต่างๆ จะถูกจัดการให้เรียบร้อยตาม
ประเพณีและโดยความเห็นชอบของชาวบ้านส่วนมาก ซึง ประเพณีมีว่าเศรษฐีทีมีบุตร ธิดาก็ให้
บุตรธิดาเป็นผู้สืบทอดมรดกต่อไป เมือหัวหน้าครอบครัวถึงแก่กรรมลงการงานในครอบครัวจะ
ดำเนินต่อไปเหมือนเดิม ถ้ามีการแบ่งสมบัติกัน บุตรชายของผู้ตายจะได้รับส่วนแบ่งของทีดิน
เท่ากันทุกคน
สำหรับเศรษฐีนี+มีปรากฏในคัมภีร์พุทธศาสนาหลายตอน เช่น มหาสุวรรณเป็น
เศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี มีบุตรชาย ๒ คน ชือมหาปาละและจุลปาละ เมือบุตรทัง+ สองโตขึน+ บิดา
มารดาก็จัดการแต่งงานให้ ครั+นต่อมาบิดามารดาถึงแก่กรรม พวกญาติวงศ์ได้มอบสมบัติ
ทัง+หมดแก่บุตรเศรษฐีทัง+ สอง เพือดำเนินธุรกิจแทนบิดาเรือ ยมา๓๓
กรณีเศรษฐีมีแต่ธิดา ทรัพย์สมบัติก็จะตกเป็นของธิดาเช่นกัน ธุรกิจการงาน

Read More…

under: Uncategorized

กินและใช้แต่ของชนิดไม่ดี ไม่เคยใช้จ่ายทรัพย์เพือสร้างกุศลหรือช่วยเหลือผู้อืนเลย ท่านไม่มี
บุตร ฉะนัน+ เมือ ถึงแก่กรรมทรัพย์สมบัติทัง+หมดจึงตกเป็นของหลวง๓๖
ดังนัน+ พระพุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้และสามารถแผ่ขยายออกไป จะต้องมีบุคคล
ทำหน้าทีเผยแผ่ พ่อค้า หรือ เศรษฐี เป็นผู้ทีอยู่ในชั+นวรรณะไวศยะกล่าวอีกนัยหนึงปัจจุบันเรา
มักเรียกว่า “นักธุรกิจ” เป็นผู้มีความรํารวย จึงเป็นบุคคลสำคัญในสังคมทีมีบทบาทต่อ
พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล
๒.๒ หลักการบริหารของนักธุรกิจ
นักธุรกิจซึงเป็นผู้บริหารและควบคุมกิจการต่างๆ เกียวกับการค้า เมือประกาศ
ตนเป็นอุบาสกแล้วต้องประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนทางศาสนา เมือนักธุรกิจได้
ประพฤติปฏิบัติ และประกาศตนเป็นอุบาสกมีพระรัตนตรัยอันเป็นทีพึงก็จะต้องปฏิบัติตาม
หลักธรรมเพือการบริหาร โดยผู้วิจัยแยกหลักของการบริหารออกเป็น ๓ ประการคือ
การบริหารตน การบริหารคน การบริหารงาน ดังนี+

Read More…

under: Uncategorized

๒.๒.๑.๑ การให้ทานสมัยพุทธกาล
ทาน คือ การให้ การบริจาค การเสียสละ มีปรากฏในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา
นับตั+งแต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ และออกเผยแผ่แสดงธรรม ในเบื+องต้นของการแสดงเพือให้ผู้ฟัง
เกิดความเลือมใสต่อหลักคำ สอนจึงแสดงอนุปุพพิกถาซึงมีทานกถาเป็นข้อแรก๓๘
ในบุญกิริยาวัตถุมีทานเป็นเบือ+ งต้น๓๙ ในสังคหวัตถุ ๔ มีทานเป็นข้อแรก๔๐ นอกจากนี+ทานยัง
ปรากฏเป็นข้อแรกในบารมี ๑๐๔๑ ทีพ ระโพธิสัตย์บำเพ็ญมาก่อนจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
จากหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ทีนักธุรกิจสมัยพุทธกาลนิยมถือปฏิบัติกัน
เป็นขัน+ พืน+ ฐานของการทำคุณความดีในตัว คือ การให้ทาน จัดว่าเป็นหลักธรรมนำมาซึง การผูก
มิตรไมตรีช่วยเหลือสังคม เพือชำระจิตใจให้สะอาดเป็นแนวทางนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด ดังนัน+
การให้ทานของเหล่านักธุรกิจสมัยพุทธกาล จึงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนในสังคม
ในยุคนั+น
การให้ทานในทางพระพุทธศาสนามีด้วยกัน ๒ ประเภท ได้แก่ ๑. อามิสทาน หรือ
วัตถุทาน ได้แก่ การให้วัตถุสิงของต่างๆ สรุปรวมเป็นปัจจัย ๔ เป็นกุศลเจตนาทีเกิดขึน+ ด้วย
ความรัก๔๒ ๒. ธรรมทาน ได้แก่ การให้ธรรมเป็นทาน๔๓ คำว่า “ธรรมทาน” ได้แก่ การให้ธรรม
เป็นทาน คือ แนะนำสังสอนให้ผู้อืนตัง+ อยู่ในธรรมหรือกล่าวธรรม ให้ความรู้ ความถูกต้องดีงาม
คำสอนมุ่งเน้นให้นำไปปฏิบัติในทางทีถูกต้อง โดยเฉพาะในทางพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้า
ทรงตรัสว่า “การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทัง+ปวง”๔๔

Read More…

under: Uncategorized

Categories